หยุดโทษคนรุ่นใหม่ที่ตกงาน


หัวหน้า Amazon UK ออกโรง! หยุดโทษคนรุ่นใหม่ที่ตกงาน — ปัญหาอยู่ที่ "ระบบ" ไม่ใช่ "คน"






เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่พูดความจริงที่ไม่มีใครอยากได้ยิน


มีคำถามหนึ่งที่วนเวียนในสังคมมานานหลายทศวรรษ และยังไม่มีใครตอบได้อย่างตรงไปตรงมา: ทำไมคนรุ่นใหม่จำนวนมากถึงหางานทำไม่ได้ ทั้งที่โลกธุรกิจก็บ่นว่าหาคนทำงานไม่ได้เหมือนกัน?

คำตอบจาก จอห์น บัมฟรีย์ ผู้บริหารสูงสุดของ Amazon สหราชอาณาจักร อาจทำให้หลายคนต้องหยุดคิด เพราะเขาพูดสิ่งที่ไม่ค่อยมีนักธุรกิจระดับนี้กล้าพูดออกมาตรงๆ ว่า

"เราต้องหยุดโทษคนรุ่นใหม่ได้แล้ว"

และนั่นไม่ใช่แค่คำพูดประชาสัมพันธ์ แต่มันคือการวิเคราะห์เชิงระบบที่สะท้อนถึงปัญหาโครงสร้างที่ซ่อนอยู่ในตลาดแรงงานของหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงไทย




ตัวเลขที่ทำให้ต้องหยุดคิด


ในสหราชอาณาจักรขณะนี้ มีคนหนุ่มสาวเกือบหนึ่งล้านคนที่ไม่ได้เรียน ไม่ได้ทำงาน และไม่ได้รับการฝึกอาชีพใดๆ ทั้งสิ้น ขณะที่อัตราการว่างงานโดยรวมของประเทศอยู่ที่ 5% และตลาดแรงงานโดยรวมก็อยู่ในช่วงซบเซา โดยเฉพาะในภาคธุรกิจการบริการและโปรแกรมรับนักศึกษาฝึกงานจบใหม่ที่ถูกตัดลดลงอย่างมาก

แต่ที่น่าขัดแย้งคือ Amazon เองกลับบอกว่า หาคนทำงานไม่ได้พอ

บริษัทที่มีพนักงานในสหราชอาณาจักรถึง 75,000 คน ครอบคลุม 100 สถานที่ รวมถึงคลังสินค้า 30 แห่ง และกว่าครึ่งหนึ่งของพนักงานเหล่านั้นมาจากกลุ่มคนที่เพิ่งจบการศึกษาหรือเคยว่างงานมาก่อน ยังรู้สึกว่าตลาดแรงงานไม่ได้ผลิต "คนที่พร้อมทำงาน" ออกมาในจำนวนที่เพียงพอ

ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องของแรงจูงใจหรือความขยันของคนรุ่นใหม่ บัมฟรีย์ยืนยัน และเขาก็มีหลักฐานจากประสบการณ์จริงมาสนับสนุน




ความเข้าใจผิดที่ฝังรากลึกในสังคม


ลองนึกภาพดูว่าเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา สื่อและบทสนทนาในที่สาธารณะมักวาดภาพคนรุ่นใหม่ออกมาในแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าพวกเขาเอาแต่เล่นโซเชียลมีเดีย ไม่อดทน ไม่มีวินัย หรือต้องการเงินเดือนสูงโดยไม่ยอมเริ่มต้นจากศูนย์

แต่นั่นคือการอ่านปัญหาผิดทั้งหมด

บัมฟรีย์บอกว่าประสบการณ์จริงของ Amazon นั้นตรงกันข้าม โดยเฉพาะกับกลุ่มที่เรียกว่า "ห่างไกลจากโลกแห่งการทำงานมากที่สุด" กลุ่มคนเหล่านี้ เมื่อได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม กลับแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงที่น่าประทับใจที่สุด

มันจึงไม่ใช่ปัญหาของ "คน" แต่เป็นปัญหาของ "ระบบที่ส่งมอบคนมาอย่างไม่สมบูรณ์"




ห้องเรียนที่ขาดหายไป: ทักษะที่ไม่มีในหลักสูตร


หนึ่งในข้อเสนอที่น่าสนใจที่สุดของบัมฟรีย์คือการเรียกร้องให้ การฝึกงานในสถานประกอบการจริงเป็นวิชาบังคับ สำหรับผู้เรียนที่มีอายุเกิน 16 ปี

เหตุผลเบื้องหลังนั้นลึกกว่าที่คิด เพราะสิ่งที่นายจ้างทุกแห่งมองหาในตัวพนักงานใหม่ ไม่ใช่ผลการเรียนหรือใบปริญญา แต่คือสิ่งที่เรียกได้ว่า "ทักษะมนุษย์" ได้แก่

  • การทำงานร่วมกัน — ความสามารถในการทำงานในทีมโดยไม่เป็นอุปสรรคต่อผู้อื่น

  • การสื่อสาร — การรับและส่งต่อข้อมูลได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ

  • การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า — การตอบสนองต่อสถานการณ์จริงที่ไม่มีในตำรา


บัมฟรีย์ยกตัวอย่างนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ T-Level (หลักสูตรอาชีวศึกษาของอังกฤษที่เน้นการฝึกงานจริง) ว่าเพียงแค่ได้เข้าฝึกงานหนึ่งสัปดาห์ พวกเขาก็เริ่มเข้าใจแล้วว่า "การทำงานจริงแตกต่างจากการเรียนอย่างไร"

ห้องเรียนสอนให้เราท่องจำ แต่ที่ทำงานสอนให้เราคิด และสองสิ่งนี้ไม่เหมือนกัน




บทเรียนจากหุ่นยนต์: เทคโนโลยีไม่ได้แย่งงาน แต่เปลี่ยนงาน


ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งที่บัมฟรีย์หยิบยกขึ้นมาคือเรื่องของระบบอัตโนมัติในคลังสินค้า

เมื่อ Amazon เริ่มนำหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในคลังสินค้า เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังขึ้นทันทีว่า "งานของมนุษย์กำลังจะหายไป" ซึ่งเป็นความกลัวที่ฝังรากลึกในสังคมยุคใหม่

แต่ผลลัพธ์จริงกลับกลายเป็นตรงข้าม — Amazon ต้องจ้างพนักงานเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ลดลง

เพราะเมื่อมีหุ่นยนต์เข้ามา ก็ต้องมีคนที่สามารถดูแล ซ่อมบำรุง และควบคุมระบบเหล่านั้น ตำแหน่งงานใหม่เกิดขึ้น เช่น วิศวกรระบบไฟฟ้าและกลไก นักเทคนิคประจำระบบอัตโนมัติ และผู้เชี่ยวชาญด้านการบำรุงรักษาเครื่องจักร

ปัญหาคือ ตำแหน่งเหล่านี้หาคนมาทำได้ยากมาก เพราะระบบการศึกษาและการฝึกอาชีพยังไม่ได้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างเป็นระบบ

นี่คือบทพิสูจน์ว่า เทคโนโลยีไม่ใช่ศัตรูของแรงงาน แต่มันเรียกร้องให้แรงงานวิวัฒน์ตาม และถ้าระบบการศึกษาไม่ทันปรับตัว คนก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่พยายาม แต่เพราะไม่มีใครเตรียมพวกเขาให้พร้อม




การแก้ปัญหาที่ต้องอาศัย "ระบบ" ตอบ


บัมฟรีย์ไม่ได้หยุดอยู่แค่การวิเคราะห์ปัญหา เขาเสนอแนวทางที่เป็นรูปธรรมด้วย โดยเรียกร้องให้เกิด ความร่วมมือสามฝ่าย ระหว่าง

  1. ภาคธุรกิจเอกชน — ที่รู้ว่าตัวเองต้องการทักษะอะไร

  2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น — ที่เข้าใจบริบทและความต้องการในพื้นที่

  3. สถาบันการศึกษาและการฝึกอาชีพ — ที่มีศักยภาพในการพัฒนาหลักสูตร


และที่สำคัญ เขาเน้นว่าสิ่งนี้ต้องเกิดขึ้น "ในระดับภูมิภาค" ไม่ใช่นโยบายเหมาโหลจากส่วนกลาง เพราะแต่ละพื้นที่มีช่องว่างของทักษะที่แตกต่างกัน

ความคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในเชิงทฤษฎี แต่ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติก็เพราะ ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายเริ่มก่อน ธุรกิจรอให้รัฐบาลออกนโยบาย รัฐบาลรอให้ภาคธุรกิจแจ้งความต้องการ สถาบันการศึกษารอให้มีงบประมาณ และคนรุ่นใหม่ก็ถูกทิ้งให้รออยู่กลางทาง




บทเรียนสำหรับไทย: เราอยู่ตรงไหนของวงจรนี้?


แม้บทสนทนานี้จะเกิดขึ้นในสหราชอาณาจักร แต่ภาพที่ฉายออกมานั้นคุ้นเคยสำหรับบริบทของไทยอย่างยิ่ง

ไทยมีสถาบันการศึกษาที่ผลิตบัณฑิตออกมาจำนวนมากในทุกปี แต่ภาคธุรกิจก็ยังคงบ่นเสมอว่า "หาคนทำงานได้จริงยาก" โดยเฉพาะในยุคที่ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และระบบอัตโนมัติกำลังเปลี่ยนโฉมหน้าของตลาดแรงงานอย่างรวดเร็ว

ทักษะที่บัณฑิตไทยส่วนใหญ่ได้รับการสอนมา กับทักษะที่ตลาดแรงงานไทยต้องการจริงๆ ยังคงมีช่องว่างที่ห่างกันอยู่มาก ไม่ใช่เพราะคนรุ่นใหม่ไม่ดีพอ แต่เพราะ ระบบที่ออกแบบมาเพื่อโลกยุคเก่า ยังไม่ได้รับการปรับให้ทันโลกยุคใหม่




สรุป: Actionable Insights สำหรับทุกฝ่าย


บทสนทนาของบัมฟรีย์สะท้อนบทเรียนที่นำไปปรับใช้ได้จริงสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับคนรุ่นใหม่: หยุดรู้สึกผิดกับตัวเองว่าหางานไม่ได้ แต่จงเข้าใจว่าระบบมีข้อบกพร่อง และพลังงานที่ดีที่สุดที่คุณมีคือการหาประสบการณ์จริงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกงาน การทำงานอาสา หรือโครงการส่วนตัว เพราะทักษะจริงนั้นสร้างได้แม้ไม่มีระบบส่งเสริม

สำหรับนายจ้างและเจ้าของกิจการ: ถ้าคุณบ่นว่าหาคนทำงานที่ดีไม่ได้ ลองถามตัวเองว่าคุณได้ลงทุนในการพัฒนาคนจริงๆ หรือแค่รอให้คนที่ "พร้อมแล้ว" มาเคาะประตู องค์กรที่ยั่งยืนในอนาคตคือองค์กรที่รู้จัก "ปั้นคน" ไม่ใช่แค่ "เลือกคน"

สำหรับผู้กำหนดนโยบาย: การแก้ปัญหาตลาดแรงงานต้องอาศัยความกล้าที่จะออกแบบระบบใหม่ ไม่ใช่แค่ปรับแต่งในส่วนปลีกย่อย เชื่อมต่อสถาบันการศึกษากับภาคธุรกิจให้เป็นระบบนิเวศเดียวกัน และทำให้ประสบการณ์จริงกลายเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร ไม่ใช่ตัวเลือกเสริม

สิ่งที่บัมฟรีย์พูดออกมาวันนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การที่ผู้นำองค์กรระดับโลกออกมาพูดตรงๆ ว่า "ปัญหาอยู่ที่ระบบ ไม่ใช่คน" นั้นสำคัญมาก เพราะมันเปลี่ยนทิศทางการสนทนาจากการตำหนิไปสู่การแก้ไข และนั่นต่างหากคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง




Tags: ตลาดแรงงาน, คนรุ่นใหม่, การว่างงาน, Amazon, ทักษะแรงงาน, การศึกษาไทย, ระบบการศึกษา, การฝึกงาน, เทคโนโลยีกับแรงงาน, ระบบอัตโนมัติ, การพัฒนาทักษะ, กลยุทธ์ธุรกิจ, ทรัพยากรมนุษย์, นโยบายแรงงาน, ธุรกิจระดับโลก, Labour Market, Youth Unemployment, Workforce Development, Future of Work, Business Strategy

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *